วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การสื่อสาร


1. ความหมายของการสื่อสาร

คำว่า  การสื่อสาร (communications)  มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า  communis หมายถึง  ความเหมือนกันหรือร่วมกัน   การสื่อสาร (communication)    หมายถึงกระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร  ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์  ความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการจากผู้ส่งสารโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่อาจเป็นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใด การแสดงหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปยังผู้รับสาร ซึ่งอาจจะใช้กระบวนการสื่อสารที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม หรือความจำเป็นของตนเองและคู่สื่อสาร  โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรับรู้ร่วมกันและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกัน  บริบททางการสื่อสารที่เหมาะสมเป็น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล


2. ประเภทของการสื่อสารมีอะไรบ้าง


การจำแนกประเภทของการสื่อสาร มีผู้จำแนกไว้หลาย ๆ ประเภท โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา ตามจุดประสงค์ของการศึกษาหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะนำเสนอ ซึ่งสรุปได้ตามตารางดังนี้

เกณฑ์การแบ่ง
ประเภทของการสื่อสาร
ตัวอย่าง
1.  จำนวนผู้ทำการสื่อสาร
1.1  การสื่อสารภายในตัวบุคคล (intrapersonal communication)
-  การพูดกับตัวเอง
-  การคิดคำนึงเรื่องต่าง ๆ
-  การร้องเพลงฟังเอง
-  การคิดถึงงานที่จะทำ เป็นต้น
1.2  การสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal communication)
-  การพูดคุยระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไป
-  การพูดคุย
-  การเขียนจดหมาย
-  การโทรศัพท์
-  การประชุมกลุ่มย่อย เป็นต้น
1.3  การสื่อสารกลุ่มใหญ่
(large group communication)
-  การอภิปรายในหอประชุม
-  การพูดหาเรื่องเลือกตั้ง
-  การปราศรัยในงานสังคม
-  การกล่าวปาฐกถา ในหอประชุม
-  การบรรยายทางวิชาการ ณ ศูนย์เรียนรวม เป็นต้น
1.4  การสื่อสารในองค์กร (organizational communication)
-  การสื่อสารในบริษัท
-  การสื่อสารในหน่วยงาน ราชการ
-  การสื่อสารในโรงงาน
-  การสื่อสารของธนาคาร
เป็นต้น
1.5  การสื่อสารมวลชน
(mass communication)
การสื่อสารที่ผ่านสื่อเหล่านี้ คือ
-  หนังสือพิมพ์, นิตยสาร
-  วิทยุ
-  โทรทัศน์
-  ภาพยนตร์
เป็นต้น
    2.การเห็นหน้ากัน
2.1  การสื่อสารแบบเผชิญหน้า
(face to face communication)
-  การสนทนาต่อหน้ากัน
-  การประชุมสัมมนา
-  การสัมภาษณ์เฉพาะหน้า
-  การเรียนการสอนในชั้นเรียน
-  การประชุมกลุ่มย่อย
เป็นต้น
2.2  การสื่อสารแบบไม่เผชิญหน้า
(interposed communication)
-  เอกสารการสื่อสารที่ผ่าน
สื่อมวลชนทุกชนิด คือ
-  หนังสือพิมพ์
-  วิทยุ
-  โทรทัศน์
-  วีดิทัศน์การสื่อสารที่ผ่าน สื่อมวลชนทุกชนิด
-  จดหมาย/โทรเลข/โทรสาร
-  อินเตอร์เน็ต
เป็นต้น
3.  ความสามารถในการโต้ตอบ
3.1 การสื่อสารทางเดียว
(one-way communication)
การสื่อสารที่ผ่านสื่อมวลชนทุกชนิด คือ
-  วิทยุ/โทรทัศน์/วีดิทัศน์
-  โทรเลข/โทรสาร
-  ภาพยนตร์
เป็นต้น
3.2 การสื่อสารสองทาง
(two-way communication)
-  การสื่อสารระหว่างบุคคล
-  การสื่อสารในกลุ่ม
-  การพูดคุย / การสนทนา   เป็นต้น
4.  ความแตกต่างระหว่าง
ผู้รับสารและผู้ส่งสาร
4.1  การสื่อสารระหว่างเชื้อชาติ (interracial communication)
-  ชาวไทยสื่อสารกับคน ต่างประเทศ
-  คนจีน, มาเลย์, อินเดีย ใน ประเทศมาเลเซีย สื่อสารกัน เป็นต้น
4.2  การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (gosscultural communication)
-  การสื่อสารระหว่างคนไทยภาคใต้กับภาคเหนือหรือ ภาคอื่น ๆ
-  ชาวไทยสื่อสารกับชาวเขา   เป็นต้น
4.3  การสื่อสารระหว่างประเทศ (international communication)
-  การเจรจาติดต่อสัมพันธ์ทางการทูต
-  การเจรจาในฐานะตัวแทน รัฐบาล   เป็นต้น
5.  การใช้ภาษา
5.1  การสื่อสารเชิงวัจนภาษา (verbal communication)
-  การพูด, การบรรยาย
-  การเขียนจดหมาย, บทความ
เป็นต้น
5.2  การสื่อสารเชิงอวัจนภาษา (non-verbal communication)
-  การสื่อสารโดยไม่ใช้ถ้อยคำ, คำพูด
-  อาการภาษา, กาลภาษา, เทศภาษา, สัมผัสภาษา, เนตรภาษา, วัตถุภาษา
และปริภาษา  เป็นต้น
    


3. ลักษณะของการสื่อสาร



1. แบบมีสาย เช่น สายโทรศัพท์ เคเบิลใยแก้วนำแสง เป็นต้น สื่อที่จัดอยู่ในการสื่อสารแบบมีสายที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่
ที่มารูปภาพ: http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network_files/coaxial.jpg

    -    สายทองแดงแบบไม่หุ้มฉนวน (Unshield Twisted Pair)  มีราคาถูกและ นิยมใช้กันมากที่สุด ส่วนใหญ่มักใช้กับระบบโทรศัพท์ แต่สายแบบนี้มักจะถูกรบกวนได้ง่าย และไม่ค่อยทนทาน
ที่มารูปภาพ: http://ns2.spw.ac.th/poo/comcenter51/netw/i-229004.jpg

    -    สายทองแดงแบบหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair)  มีลักษณะเป็นสองเส้น มีแนวแล้วบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกันเพื่อลดเสียงรบกวน มีฉนวนหุ้มรอบนอก มีราคาถูก ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาและการรบกวนทางไฟฟ้าต่ำ สายโทรศัพท์จัดเป็นสายคู่บิดเกลียวแบบหุ้มฉนวน
ที่มารูปภาพ: http://www.tvcables.co.uk/images/items/1.5m-digital-audio-coaxial-cable.jpg

    -    สาย Coaxial สายแบบนี้จะประกอบด้วยตัวนำที่ใช้ในการส่งข้อมูลเส้นหนึ่งอยู่ตรงกลางอีกเส้นหนึ่งเป็นสายดิน ระหว่างตัวนำสองเส้นนี้จะมีฉนวน พลาสติกกั้นสายโคแอคเชียลแบบหนาจะส่งข้อมูลได้ไกลกว่าแบบบางแต่มีราคาแพงและติดตั้งได้ยากกว่า

ที่มารูปภาพ: http://www4.csc.ku.ac.th/~b5240203083/pic1018.jpg

    - ใยแก้วนำแสง (Optic Fiber)  ทำจากแก้วหรือพลาสติกมีลักษณะเป็นเส้นบางๆคล้าย เส้นใยแก้วจะทำตัวเป็นสื่อในการส่งแสงเลเซอร์ที่มีความเร็ว ในการส่งสัญญาณเท่ากับความเร็วของแสง

    ข้อดีของใยแก้วนำแสง คือ
1. ป้องกันการรบกวนจากสัญญาณไฟฟ้าได้มากก
2. ส่งข้อมูลได้ระยะไกลโดยไม่ต้องมีตัวขยายสัญญาณ
3. การดักสัญญาณทำได้ยาก ข้อมูลจึงมีความปลอดภัยมากกว่าสายส่งแบบอื่น
4. ส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงและสามารถส่งได้มาก ขนาดของสายเล็กและน้ำหนักเบา

2. แบบไม่มีสาย  เช่น ไมโครเวฟ, ดาวเทียม ,  3G  ระบบ 3G ( UMTS ),  Wireless X  และ GPRS
ที่มารูปภาพ:http://www.elearning.ptc.ac.th/~boonchoay/network/lesson3_files/2_2.gif

    -   ไมโครเวฟ (Microwave)
           สัญญาณไมโครเวฟเป็นคลื่นวิทยุเดินทางเป็นเส้นตรง อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับ – ส่ง คือ จานสัญญาณไมโครเวฟซึ่งมักจะต้องติดตั้งในที่สูง และมักจะให้อยู่ห่างกัน ประมาณ 25 – 30 ไมล์ ข้อดีของการส่งสัญญาณด้วยระบบ ไมโครเวฟ ก็คือ สามารถส่งสัญญาณด้วยความถี่กว้าง
และการรบกวนจากภายนอกจะน้อยมากจนแทบไม่มีเลย แต่ถ้าระหว่างจานสัญญาณไมโครเวฟมีสิ่งกีดขวางก็จะทำให้การส่งสัญญาณไม่ดีหรืออาจส่งสัญญาณไม่ได้ การส่งสัญญาณโดยใช้ระบบไมโครเวฟนี้จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถจะติดตั้งสายเคเบิลได้ เช่น อยู่ในเขตป่าเขา
ที่มารูปภาพ:http://www.skr.ac.th/My%20Intranet/thaiwbi/www.thaiwbi.com/course/data_com/018.gif 
   
  -   ดาวเทียม (Satellite)
            มีลักษณะการส่งสัญญาณคล้ายไมโครเวฟ แต่ต่างกันตรงที่ ดาวเทียมจะมีสถานีรับ – ส่งสัญญาณลอยอยู่ในอวกาศ จึงไม่มีปัญหาเรื่องส่วนโค้งของ
ผิวโลกเหมือนไมโครเวฟ ดาวเทียมจะทำหน้าที่ขยายและทบทวนสัญญาณให้แรงเพิ่มขึ้นก่อนส่งกลับมายังพื้นโลก ข้อดีของการสื่อสารผ่านดาวเทียม
คือ ส่งข้อมูลได้มากและมีความผิดพลาดน้อย ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะมีความล่าช้าเพราะระยะทางระหว่างโลกกับดาวเทียม หรือถ้าสภาพอากาศไม่ดี
ก็อาจจะก่อให้เกิดความผิดพลาดได้


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html
    -   3G  ระบบ 3G (UMTS)  คือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html

    - Wireless X 
            Wireless X หรือระบบ Network แบบไร้สาย ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารภายใต้มาตรฐาน IEEE 802.11ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัว ที่ต่างยี่ห้อกันนั้นจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ประสบปัญหา หากอุปกรณ์นั้นผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานก็จะมีการประทับตรา Wi-Fi Certified ซึ่งหมายความว่า อุปกรณ์ตัวนี้สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ อุปกรณ์อื่นที่มีตรา Wi-Fi Certified ได้ แล้วจึงกลายมาเป็นคำศัพท์ของอุปกรณ์ LAN ไร้สาย


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html
    - GPRS
     -   เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นบนเครือข่ายเดิมเพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น
     -   เทคโนโลยีการส่งข้อมูลแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้ได้กับเครือข่ายระบบ GSM ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับการติดตั้งและทำให้ระยะเวลาในการส่งข้อมูล รวดเร็วยิ่งขึ้น
     -   เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้ Mobile Internet ด้วยความสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ท่านสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
     -   นวัตกรรมใหม่ที่ทำให้การส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพด้วยความเร็วจากเดิมเพียงแค่ 9.6 Kbps เป็น 40 Kbpsช่วยให้ท่านสามารถเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต ได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่
     -   การส่งข้อมูลแบบใหม่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งจะประกอบไปด้วยรูปภาพที่เป็นกราฟิก เสียงและวิดีโอ เช่นการใช้ Video Conference


4. องค์ประกอบของการสื่อมีอะไรบ้าง

องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสาร มี 4 ประการ ดังนี้
1.  ผู้ส่งสาร (sender) หรือ แหล่งสาร (source) หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งสาร หรือเป็นแหล่งกำเนิดสาร ที่เป็นผู้เริ่มต้นส่งสารด้วยการแปลสารนั้นให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแทนความคิด ได้แก่ ภาษาและอากัปกิริยาต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความคิด  ความรู้สึก ข่าวสาร ความต้องการและวัตถุประสงค์ของตนไปยังผู้รับสารด้วยวิธีการใด ๆ หรือส่งผ่านช่องทางใดก็ตาม   จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม    เช่น  ผู้พูด  ผู้เขียน  กวี  ศิลปิน นักจัดรายการวิทยุ  โฆษกรัฐบาล  องค์การ  สถาบัน  สถานีวิทยุกระจายเสียง  สถานีวิทยุโทรทัศน์   กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์  หน่วยงานของรัฐ  บริษัท  สถาบันสื่อมวลชน  เป็นต้น
2.  สาร (message) หมายถึง  เรื่องราวที่มีความหมาย หรือสิ่งต่าง ๆ ที่อาจอยู่ในรูปของข้อมูล ความรู้ ความคิด ความต้องการ อารมณ์ ฯลฯ   ซึ่งถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารให้ได้รับรู้ และแสดงออกมาโดยอาศัยภาษาหรือสัญลักษณ์ใด ๆ  ที่สามารถทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกันได้  เช่น  ข้อความที่พูด   ข้อความที่เขียน   บทเพลงที่ร้อง  รูปที่วาด  เรื่องราวที่อ่าน  ท่าทางที่สื่อความหมาย  เป็นต้น
3.  สื่อ หรือช่องทาง (media or channel) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการสื่อสาร  หมายถึง  สิ่งที่เป็นพาหนะของสาร  ทำหน้าที่นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร   ผู้ส่งสารต้องอาศัยสื่อหรือช่องทางทำหน้าที่นำสารไปสู่ผู้รับสาร   
การแบ่งประเภทของสื่อมีหลากหลายต่างกันออกไป
4.  ผู้รับสาร (receiver)  หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือมวลชนที่รับเรื่องราวข่าวสาร
จากผู้ส่งสาร   และแสดงปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback) ต่อผู้ส่งสาร  หรือส่งสารต่อไปถึงผู้รับสารคนอื่น ๆ ตามจุดมุ่งหมายของผู้ส่งสาร   เช่น   ผู้เข้าร่วมประชุม   ผู้ฟังรายการวิทยุ   กลุ่มผู้ฟังการอภิปราย  ผู้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์  เป็นต้น


5. การสื่อสารกับการเรียนการสอน

พัฒนาการการเรียนการสอนในปัจจุบัน มุ่งยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) ตาม พ.ร.บ.การศึกษา 2540 ให้ความสำคัญกับผู้เรียนมากขึ้น ผู้สอนจะต้องมีความรอบรู้มากกว่า เนื้อหาสาระของวิชาที่จะสอน และต้องมีความสนใจเกี่ยวกับตัวผู้เรียนแต่ละคนมากขึ้น ทั้งพฤติกรรมและความประพฤติของผู้เรียน ตลอดจนความสนใจ ความสามารถของแต่ละบุคคล ผู้สอนจะต้องนำความรู้ความเข้าใจต่างๆเหล่านี้ มารวบรวมวิเคราะห์และประยุกต์เพื่อใช้ประกอบการสอน


วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

บล๊อกอาจารย์ผู้สอน

เว็บไซต์สำหรับเรียน



การประดิษฐ์ตัวอักษร

เรียนรู้เรื่องการประดิษฐ์ตัวอักษร

http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=7989784109638762736#allposts


วิดีโอแบบฝึกทักษะกีฬา






บทความโทรทัศน์

เว็บไซด์สำหรับเรียน




ตัวอย่าง การเขียนบทโทรทัศน์   
เรื่อง  100ปี ปักธงชัย จากอดีตสู่.....ปัจจุบัน


ลำดับ
เวลา
ภาพ
ลักษณะภาพ
คำบรรยาย
ภาพ
ดนตรี / เสียงประกอบ
1
10วินาที
ภาพของดีปักธงชัยตามคำขวัญอำเภอปักธงชัย
LS
CU
100ปี      ปักธงชัย จากอดีตสู่.....ปัจจุบัน
ไตเติ้ล
2
1.35
นาที
ภาพแหล่งโบราณคดีของอำเภอปักธงชัย
LS
MS
CU
ประวัติอำเภอ    ปักธงชัย
ผู้บรรยาย “อำเภอปักธงชัยเดิมเป็นเมืองเก่ามานาน ตามแผนที่ยุทธศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฏว่ามีชื่อเมืองปัก ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคราช บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของพวกขอม มอญ และละว้า ได้สร้างโบราณสถานไว้มากมาย เช่น ปรางค์บึงคำ ปรางค์จำปาทอง ปรางค์หนองหอยแสดงว่า เมืองปักสมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรือง และอยู่ในความปกครองของเมืองโคราช มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นตรี







ลำดับ
เวลา
ภาพ
ลักษณะภาพ
คำบรรยาย
ภาพ
ดนตรี / เสียงประกอบ
3
2
นาที
ภาพสมัยกรุงธนบุรี
LS
MS
CU
สมัยกรุงธนบุรี
ผู้บรรยาย “พ.ศ. 2321 เจ้านครเวียงจันทน์ได้ยกกำลังเข้ามารุกล้ำ เขตแดนราชอาณาจักรไทย เจ้าพระยานครราชสีมาเป็นกองหน้ารุกเข้าตีกองทัพเพี้ยอุปราชาแห่งนครเวียงจันทน์จนมีชัยชนะ จึงได้กวาดต้อนเชลยโดยเฉพาะเพี้ยอุปราชาและครอบครัวได้ให้ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ด่านกะโปะ
4
3
นาที
 ภาพสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
LS
MS
CU
สมัยกรุงรัตน
โกสินทร์
ผู้บรรยาย “ขุนแพ่งแห่งเมืองปักธงไชยซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเวียงจันทน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นหลวงเพชรสงคราม รวมสมัครพรรคพวกในนครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2369 พระยาไกรสงคราม เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์ กับน้องชายเกิดวิวาทและรบพุ่งกัน จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยานครราชสีมายกทัพไปเมืองขุขันธ์ สามารถเข้ายึดเวียงจันทน์ได้ เจ้าพระยานครราชสีมาจึงพาครอบครัวชาวปักธงไชยที่ถูกคุมขังไว้ คืนมาไว้ที่เมืองปักธงไชยตามเดิม

ลำดับ
เวลา
ภาพ
ลักษณะภาพ
คำบรรยาย
ภาพ
ดนตรี / เสียงประกอบ
5
1
นาที
ภาพสภาพทางภูมิศาสตร์ของอำเภอปักธงชัย
MS
CU
ที่ตั้งของอำเภอ       ปักธงชัย
ผู้บรรยาย “ปักธงชัยเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดนครราชสีมา ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 35 กิโลเมตร ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ
ปักธงชัยอยู่ติดกับถนนสืบศิริ
6
30
วินาที
การลักษณะภูมิประเทศ
MS
CU
ลักษณะ    ภูมิประเทศ
ผู้บรรยาย “อำเภอปักธงชัยมีพื้นที่ทั้งหมด  2,461  ตารางกิโลเมตร เป็นที่ทำการเกษตรประมาณ 890.929 ไร่ ที่ป่าประมาณ 1,538.80 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ตอนกลางเป็นที่นาที่สวนรอบ ๆ นอกโดยเฉพาะทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นป่าและภูเขา ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย พื้นที่ลาดเอียงจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก






ลำดับ
เวลา
ภาพ
ลักษณะภาพ
คำบรรยาย
ภาพ
ดนตรี / เสียงประกอบ
7
30
 วินาที
ภาพพิธีกรหญิงและวิทยากร
MS
CU
คำขวัญอำเภอปักธงชัย :ภูมิปัญญาท้องถิ่น
พิธีกร  “จากที่รู้กันว่าอำเภอ  ปักธงชัยมีประวัติที่ยาวนานก็จะต้องมีของดีที่มากมายอะไรบ้างค่ะ
วิทยากร  :  “ ลำพระเพลิงน้ำใส ผ้าไหมเนื้องาม ข้าวหลาม      นกออก ถั่วงอกวังหมี หมี่ตะคุ ครับ และในวันนี้ผมจะพาไปชมวิธีการทำผ้าไหม เชิญครับ
8
5
นาที
ภาพวิทยากรและขั้นตอนการทำผ้าไหม
MU
CU
ECU
ขั้นตอนการทำผ้าไหม
ดนตรีบรรเลง.......
วิทยากร  “สาธิตและอธิบายขั้นตอนการทำผ้าไหม
9
30
วินาที
ภาพพิธีกรหญิงและวิทยากร
LS
MU
CU
อุตสาหกรรมไหมไทย
พิธีกรหญิง : “ในปัจจุบันอุตสาหกรรมผ้าไหมเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
วิทยากร :……………………...
10
30
วินาที
ภาพพิธีกรหญิงและวิทยากร
LS
MU
CU
แนวโน้มของอุตสาหกรรมไหมไทย
พิธีกรหญิง : “อยากให้วิทยากรช่วยรณรงค์ใช้ผ้าไหมเพื่อให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นค่ะ
วิทยากร :……………………...
11
5
วินาที
ตัวอักษร ขอขอบคุณ...
12
5
วินาที
ที่ปรึกษา
..............
13
5
วินาที
ทีมงาน
………..

ที่มา : krupaul.files.wordpress.com/2011/11/script15mintute.do

LS ภาพถ่ายไกล
CU ภาพถ่ายใกล้
MU การเงยกล้องขึ้น
ECU ภาพถ่ายใกล้มาก
MS ภาพขนาดปานกลาง (หรือภาพคนครึ่งตัว)
Fade in ภาพหรือเสียงเข้ามาในแต่ละฉาก
Color Bar ตัวเลขนับถอยหลัง
E.C.U. หมายถึง ภาพในระยะใกล้มาก เน้นส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ยี่ห้อบนหีบห่อสินค้า หรือถ้าเป็นภาพคนก็เห็นแค่บางส่วน เช่น จมูก ปาก ไม่เต็มหน้า
Zoom in หมายถึง การดึงภาพเข้าใกล้ เปลี่ยนระยะจาก L.S. เป็น M.S. เป็น C.U. หรือE.C.U.
Zoom out  P/R LS พระปรางค์สามยอด
Pan หมายถึง การกวาดภาพโดยตำแหน่งกล้องอยู่กับที่ แต่ตัวเลนส์ของกล้องเคลื่อนไปตามแนวนอนขนานกับพื้นดิน จากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย
Dolly หมายถึง การกวาดภาพโดยกล้องตั้งอยู่บนลานเลื่อน แล้วเคลื่อนตามคน หรือวัตถุ เพื่อเปลี่ยนมุมมอง
Cut หมายถึง การตัดภาพเข้าโดยฉับพลัน Cut2 , Cut3 จะหมายถึงการตัดภาพเข้า
กล้อง 2,3
Wipe  มายถึง การเปลี่ยนภาพเข้าฉากใหม่ โดยการกวาดภาพซ้าย – ขวา,
บน – ล่าง หรือไหลเลื่อน ซึ่งแตกต่างไปจาก Cut, F/I , DS
Sound Effect  เสียงประกอบอื่นๆ เช่นเสียงนกร้องเสียงดนตรี
ที่มา : https://sites.google.com/site/pathumwilairoom1/kar-kheiyn-s-tx-ri-bxrd-storyboard
ที่มา : http://openupmedia.blogspot.com/2010/09/blog-post_15.html