วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การสื่อสาร


1. ความหมายของการสื่อสาร

คำว่า  การสื่อสาร (communications)  มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า  communis หมายถึง  ความเหมือนกันหรือร่วมกัน   การสื่อสาร (communication)    หมายถึงกระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร  ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์  ความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการจากผู้ส่งสารโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่อาจเป็นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใด การแสดงหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปยังผู้รับสาร ซึ่งอาจจะใช้กระบวนการสื่อสารที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม หรือความจำเป็นของตนเองและคู่สื่อสาร  โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรับรู้ร่วมกันและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกัน  บริบททางการสื่อสารที่เหมาะสมเป็น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล


2. ประเภทของการสื่อสารมีอะไรบ้าง


การจำแนกประเภทของการสื่อสาร มีผู้จำแนกไว้หลาย ๆ ประเภท โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา ตามจุดประสงค์ของการศึกษาหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะนำเสนอ ซึ่งสรุปได้ตามตารางดังนี้

เกณฑ์การแบ่ง
ประเภทของการสื่อสาร
ตัวอย่าง
1.  จำนวนผู้ทำการสื่อสาร
1.1  การสื่อสารภายในตัวบุคคล (intrapersonal communication)
-  การพูดกับตัวเอง
-  การคิดคำนึงเรื่องต่าง ๆ
-  การร้องเพลงฟังเอง
-  การคิดถึงงานที่จะทำ เป็นต้น
1.2  การสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal communication)
-  การพูดคุยระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไป
-  การพูดคุย
-  การเขียนจดหมาย
-  การโทรศัพท์
-  การประชุมกลุ่มย่อย เป็นต้น
1.3  การสื่อสารกลุ่มใหญ่
(large group communication)
-  การอภิปรายในหอประชุม
-  การพูดหาเรื่องเลือกตั้ง
-  การปราศรัยในงานสังคม
-  การกล่าวปาฐกถา ในหอประชุม
-  การบรรยายทางวิชาการ ณ ศูนย์เรียนรวม เป็นต้น
1.4  การสื่อสารในองค์กร (organizational communication)
-  การสื่อสารในบริษัท
-  การสื่อสารในหน่วยงาน ราชการ
-  การสื่อสารในโรงงาน
-  การสื่อสารของธนาคาร
เป็นต้น
1.5  การสื่อสารมวลชน
(mass communication)
การสื่อสารที่ผ่านสื่อเหล่านี้ คือ
-  หนังสือพิมพ์, นิตยสาร
-  วิทยุ
-  โทรทัศน์
-  ภาพยนตร์
เป็นต้น
    2.การเห็นหน้ากัน
2.1  การสื่อสารแบบเผชิญหน้า
(face to face communication)
-  การสนทนาต่อหน้ากัน
-  การประชุมสัมมนา
-  การสัมภาษณ์เฉพาะหน้า
-  การเรียนการสอนในชั้นเรียน
-  การประชุมกลุ่มย่อย
เป็นต้น
2.2  การสื่อสารแบบไม่เผชิญหน้า
(interposed communication)
-  เอกสารการสื่อสารที่ผ่าน
สื่อมวลชนทุกชนิด คือ
-  หนังสือพิมพ์
-  วิทยุ
-  โทรทัศน์
-  วีดิทัศน์การสื่อสารที่ผ่าน สื่อมวลชนทุกชนิด
-  จดหมาย/โทรเลข/โทรสาร
-  อินเตอร์เน็ต
เป็นต้น
3.  ความสามารถในการโต้ตอบ
3.1 การสื่อสารทางเดียว
(one-way communication)
การสื่อสารที่ผ่านสื่อมวลชนทุกชนิด คือ
-  วิทยุ/โทรทัศน์/วีดิทัศน์
-  โทรเลข/โทรสาร
-  ภาพยนตร์
เป็นต้น
3.2 การสื่อสารสองทาง
(two-way communication)
-  การสื่อสารระหว่างบุคคล
-  การสื่อสารในกลุ่ม
-  การพูดคุย / การสนทนา   เป็นต้น
4.  ความแตกต่างระหว่าง
ผู้รับสารและผู้ส่งสาร
4.1  การสื่อสารระหว่างเชื้อชาติ (interracial communication)
-  ชาวไทยสื่อสารกับคน ต่างประเทศ
-  คนจีน, มาเลย์, อินเดีย ใน ประเทศมาเลเซีย สื่อสารกัน เป็นต้น
4.2  การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (gosscultural communication)
-  การสื่อสารระหว่างคนไทยภาคใต้กับภาคเหนือหรือ ภาคอื่น ๆ
-  ชาวไทยสื่อสารกับชาวเขา   เป็นต้น
4.3  การสื่อสารระหว่างประเทศ (international communication)
-  การเจรจาติดต่อสัมพันธ์ทางการทูต
-  การเจรจาในฐานะตัวแทน รัฐบาล   เป็นต้น
5.  การใช้ภาษา
5.1  การสื่อสารเชิงวัจนภาษา (verbal communication)
-  การพูด, การบรรยาย
-  การเขียนจดหมาย, บทความ
เป็นต้น
5.2  การสื่อสารเชิงอวัจนภาษา (non-verbal communication)
-  การสื่อสารโดยไม่ใช้ถ้อยคำ, คำพูด
-  อาการภาษา, กาลภาษา, เทศภาษา, สัมผัสภาษา, เนตรภาษา, วัตถุภาษา
และปริภาษา  เป็นต้น
    


3. ลักษณะของการสื่อสาร



1. แบบมีสาย เช่น สายโทรศัพท์ เคเบิลใยแก้วนำแสง เป็นต้น สื่อที่จัดอยู่ในการสื่อสารแบบมีสายที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่
ที่มารูปภาพ: http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network_files/coaxial.jpg

    -    สายทองแดงแบบไม่หุ้มฉนวน (Unshield Twisted Pair)  มีราคาถูกและ นิยมใช้กันมากที่สุด ส่วนใหญ่มักใช้กับระบบโทรศัพท์ แต่สายแบบนี้มักจะถูกรบกวนได้ง่าย และไม่ค่อยทนทาน
ที่มารูปภาพ: http://ns2.spw.ac.th/poo/comcenter51/netw/i-229004.jpg

    -    สายทองแดงแบบหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair)  มีลักษณะเป็นสองเส้น มีแนวแล้วบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกันเพื่อลดเสียงรบกวน มีฉนวนหุ้มรอบนอก มีราคาถูก ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาและการรบกวนทางไฟฟ้าต่ำ สายโทรศัพท์จัดเป็นสายคู่บิดเกลียวแบบหุ้มฉนวน
ที่มารูปภาพ: http://www.tvcables.co.uk/images/items/1.5m-digital-audio-coaxial-cable.jpg

    -    สาย Coaxial สายแบบนี้จะประกอบด้วยตัวนำที่ใช้ในการส่งข้อมูลเส้นหนึ่งอยู่ตรงกลางอีกเส้นหนึ่งเป็นสายดิน ระหว่างตัวนำสองเส้นนี้จะมีฉนวน พลาสติกกั้นสายโคแอคเชียลแบบหนาจะส่งข้อมูลได้ไกลกว่าแบบบางแต่มีราคาแพงและติดตั้งได้ยากกว่า

ที่มารูปภาพ: http://www4.csc.ku.ac.th/~b5240203083/pic1018.jpg

    - ใยแก้วนำแสง (Optic Fiber)  ทำจากแก้วหรือพลาสติกมีลักษณะเป็นเส้นบางๆคล้าย เส้นใยแก้วจะทำตัวเป็นสื่อในการส่งแสงเลเซอร์ที่มีความเร็ว ในการส่งสัญญาณเท่ากับความเร็วของแสง

    ข้อดีของใยแก้วนำแสง คือ
1. ป้องกันการรบกวนจากสัญญาณไฟฟ้าได้มากก
2. ส่งข้อมูลได้ระยะไกลโดยไม่ต้องมีตัวขยายสัญญาณ
3. การดักสัญญาณทำได้ยาก ข้อมูลจึงมีความปลอดภัยมากกว่าสายส่งแบบอื่น
4. ส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงและสามารถส่งได้มาก ขนาดของสายเล็กและน้ำหนักเบา

2. แบบไม่มีสาย  เช่น ไมโครเวฟ, ดาวเทียม ,  3G  ระบบ 3G ( UMTS ),  Wireless X  และ GPRS
ที่มารูปภาพ:http://www.elearning.ptc.ac.th/~boonchoay/network/lesson3_files/2_2.gif

    -   ไมโครเวฟ (Microwave)
           สัญญาณไมโครเวฟเป็นคลื่นวิทยุเดินทางเป็นเส้นตรง อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับ – ส่ง คือ จานสัญญาณไมโครเวฟซึ่งมักจะต้องติดตั้งในที่สูง และมักจะให้อยู่ห่างกัน ประมาณ 25 – 30 ไมล์ ข้อดีของการส่งสัญญาณด้วยระบบ ไมโครเวฟ ก็คือ สามารถส่งสัญญาณด้วยความถี่กว้าง
และการรบกวนจากภายนอกจะน้อยมากจนแทบไม่มีเลย แต่ถ้าระหว่างจานสัญญาณไมโครเวฟมีสิ่งกีดขวางก็จะทำให้การส่งสัญญาณไม่ดีหรืออาจส่งสัญญาณไม่ได้ การส่งสัญญาณโดยใช้ระบบไมโครเวฟนี้จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถจะติดตั้งสายเคเบิลได้ เช่น อยู่ในเขตป่าเขา
ที่มารูปภาพ:http://www.skr.ac.th/My%20Intranet/thaiwbi/www.thaiwbi.com/course/data_com/018.gif 
   
  -   ดาวเทียม (Satellite)
            มีลักษณะการส่งสัญญาณคล้ายไมโครเวฟ แต่ต่างกันตรงที่ ดาวเทียมจะมีสถานีรับ – ส่งสัญญาณลอยอยู่ในอวกาศ จึงไม่มีปัญหาเรื่องส่วนโค้งของ
ผิวโลกเหมือนไมโครเวฟ ดาวเทียมจะทำหน้าที่ขยายและทบทวนสัญญาณให้แรงเพิ่มขึ้นก่อนส่งกลับมายังพื้นโลก ข้อดีของการสื่อสารผ่านดาวเทียม
คือ ส่งข้อมูลได้มากและมีความผิดพลาดน้อย ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะมีความล่าช้าเพราะระยะทางระหว่างโลกกับดาวเทียม หรือถ้าสภาพอากาศไม่ดี
ก็อาจจะก่อให้เกิดความผิดพลาดได้


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html
    -   3G  ระบบ 3G (UMTS)  คือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html

    - Wireless X 
            Wireless X หรือระบบ Network แบบไร้สาย ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารภายใต้มาตรฐาน IEEE 802.11ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัว ที่ต่างยี่ห้อกันนั้นจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ประสบปัญหา หากอุปกรณ์นั้นผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานก็จะมีการประทับตรา Wi-Fi Certified ซึ่งหมายความว่า อุปกรณ์ตัวนี้สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ อุปกรณ์อื่นที่มีตรา Wi-Fi Certified ได้ แล้วจึงกลายมาเป็นคำศัพท์ของอุปกรณ์ LAN ไร้สาย


ที่มารูปภาพ:http://www.aircardshop.com/aircard.html
    - GPRS
     -   เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นบนเครือข่ายเดิมเพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น
     -   เทคโนโลยีการส่งข้อมูลแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้ได้กับเครือข่ายระบบ GSM ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับการติดตั้งและทำให้ระยะเวลาในการส่งข้อมูล รวดเร็วยิ่งขึ้น
     -   เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้ Mobile Internet ด้วยความสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ท่านสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
     -   นวัตกรรมใหม่ที่ทำให้การส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพด้วยความเร็วจากเดิมเพียงแค่ 9.6 Kbps เป็น 40 Kbpsช่วยให้ท่านสามารถเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต ได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่
     -   การส่งข้อมูลแบบใหม่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งจะประกอบไปด้วยรูปภาพที่เป็นกราฟิก เสียงและวิดีโอ เช่นการใช้ Video Conference


4. องค์ประกอบของการสื่อมีอะไรบ้าง

องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสาร มี 4 ประการ ดังนี้
1.  ผู้ส่งสาร (sender) หรือ แหล่งสาร (source) หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งสาร หรือเป็นแหล่งกำเนิดสาร ที่เป็นผู้เริ่มต้นส่งสารด้วยการแปลสารนั้นให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแทนความคิด ได้แก่ ภาษาและอากัปกิริยาต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความคิด  ความรู้สึก ข่าวสาร ความต้องการและวัตถุประสงค์ของตนไปยังผู้รับสารด้วยวิธีการใด ๆ หรือส่งผ่านช่องทางใดก็ตาม   จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม    เช่น  ผู้พูด  ผู้เขียน  กวี  ศิลปิน นักจัดรายการวิทยุ  โฆษกรัฐบาล  องค์การ  สถาบัน  สถานีวิทยุกระจายเสียง  สถานีวิทยุโทรทัศน์   กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์  หน่วยงานของรัฐ  บริษัท  สถาบันสื่อมวลชน  เป็นต้น
2.  สาร (message) หมายถึง  เรื่องราวที่มีความหมาย หรือสิ่งต่าง ๆ ที่อาจอยู่ในรูปของข้อมูล ความรู้ ความคิด ความต้องการ อารมณ์ ฯลฯ   ซึ่งถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารให้ได้รับรู้ และแสดงออกมาโดยอาศัยภาษาหรือสัญลักษณ์ใด ๆ  ที่สามารถทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกันได้  เช่น  ข้อความที่พูด   ข้อความที่เขียน   บทเพลงที่ร้อง  รูปที่วาด  เรื่องราวที่อ่าน  ท่าทางที่สื่อความหมาย  เป็นต้น
3.  สื่อ หรือช่องทาง (media or channel) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการสื่อสาร  หมายถึง  สิ่งที่เป็นพาหนะของสาร  ทำหน้าที่นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร   ผู้ส่งสารต้องอาศัยสื่อหรือช่องทางทำหน้าที่นำสารไปสู่ผู้รับสาร   
การแบ่งประเภทของสื่อมีหลากหลายต่างกันออกไป
4.  ผู้รับสาร (receiver)  หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือมวลชนที่รับเรื่องราวข่าวสาร
จากผู้ส่งสาร   และแสดงปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback) ต่อผู้ส่งสาร  หรือส่งสารต่อไปถึงผู้รับสารคนอื่น ๆ ตามจุดมุ่งหมายของผู้ส่งสาร   เช่น   ผู้เข้าร่วมประชุม   ผู้ฟังรายการวิทยุ   กลุ่มผู้ฟังการอภิปราย  ผู้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์  เป็นต้น


5. การสื่อสารกับการเรียนการสอน

พัฒนาการการเรียนการสอนในปัจจุบัน มุ่งยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) ตาม พ.ร.บ.การศึกษา 2540 ให้ความสำคัญกับผู้เรียนมากขึ้น ผู้สอนจะต้องมีความรอบรู้มากกว่า เนื้อหาสาระของวิชาที่จะสอน และต้องมีความสนใจเกี่ยวกับตัวผู้เรียนแต่ละคนมากขึ้น ทั้งพฤติกรรมและความประพฤติของผู้เรียน ตลอดจนความสนใจ ความสามารถของแต่ละบุคคล ผู้สอนจะต้องนำความรู้ความเข้าใจต่างๆเหล่านี้ มารวบรวมวิเคราะห์และประยุกต์เพื่อใช้ประกอบการสอน